ปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง ไม่ได้เป็นแค่ของคนนั่งโต๊ะ พนักงานขับรถ ทันตแพทย์ นักกีฬาอีสปอร์ต ล้วนเสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ ปล่อยไว้ปมกล้ามเนื้อฝังลึกขึ้นเรื่อยๆ ปวดร้าวลงแขน นอนไม่หลับ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง บทความนี้ หมอมาดี จะอธิบายสาเหตุที่แท้จริง อาการที่ควรสังเกต ออฟฟิศซินโดรม วิธีดูแลตัวเอง และทางเลือกการรักษาด้วยฝังเข็มที่เรล่า คลินิก อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีดูแลออฟฟิศซินโดรมด้วยตัวเอง และ การฝังเข็มรักษาออฟฟิศซินโดรม
ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? และทำไมถึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของชาวออฟฟิศ?
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและโครงสร้างกระดูกที่เกิดจากการใช้ร่างกายในท่าทางซ้ำๆ หรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการขาดการเคลื่อนไหวที่เพียงพอ และความเครียดสะสม แม้ชื่อจะสื่อถึงพนักงานออฟฟิศ แต่สาเหตุหลักเหล่านี้สามารถพบได้ในหลากหลายอาชีพและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลสถิติทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Disorders - MSDs) เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก 1.6 พันล้านรายในปี 2021 อาการที่พบบ่อยที่สุดคืออาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain - LBP) โดยมีผู้ป่วยทั่วโลกถึง 619 ล้านคนในปี 2020
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรม นอกเหนือจากพนักงานออฟฟิศ?
จากข้อมูลการวิจัยพบว่ามีหลายกลุ่มอาชีพและกิจกรรมที่เผชิญกับความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการกลุ่มนี้หรือ MSDs ที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้:
1. พนักงานขับรถมืออาชีพ
พนักงานขับรถต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน สัมผัสกับการสั่นสะเทือนของรถ และอยู่ในท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่ออาการปวดหลังส่วนล่าง (56%) ปวดเข่า (43.75%) และปวดคอ (39%)
2. บุคลากรทางการแพทย์ (ทันตแพทย์ ศัลยแพทย์ นักกายภาพบำบัด)
กลุ่มนี้ต้องทำงานในท่าทางที่ต้องก้มตัวหรือยืนเป็นเวลานาน ใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ และต้องใช้ความละเอียดสูง ทันตแพทย์มีความเสี่ยงสูงมาก โดยบางการศึกษาพบว่ามีอุบัติการณ์ของ MSDs สูงถึง 96-97.9% โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง เอว และคอ ศัลยแพทย์ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยมีอุบัติการณ์ของอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกอยู่ที่ 37%
3. พนักงานส่งของ (Gig Economy/Delivery Workers)
อาชีพนี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการขับขี่ การยกของ และการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ทำให้มีอุบัติการณ์การบาดเจ็บสูง โดยเฉพาะอาการปวดหลังส่วนล่าง (43%) ปวดไหล่ (39%) และปวดคอ (30%) อาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และอาการชาพบได้ถึง 54.95%
4. นักเรียน นักศึกษา และนักกีฬาอีสปอร์ต
การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน การนั่งผิดท่า และการขาดการเคลื่อนไหว ทำให้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงเช่นกัน นักกีฬาอีสปอร์ตจำนวน 42% รายงานว่ามีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเฉพาะบริเวณคอ (43.9%) หลังส่วนล่าง (41.4%) และแขนส่วนปลาย (37.9%) นอกจากนี้ยังพบอาการปวดศีรษะและปวดตาถึง 48.8%
5. พนักงานสุขาภิบาล
กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการทำงานที่ต้องใช้แรงงาน การยกของหนัก และการเคลื่อนไหวซ้ำๆ โดยขาดหลักการยศาสตร์ที่เหมาะสม
สาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรม
สาเหตุของกลุ่มอาการนี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่เกิดจากการสะสมของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน:
- ท่าทางที่ไม่เหมาะสม (Poor Ergonomics): การนั่ง ยืน หรือทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนักเกินไปและบางส่วนอ่อนแอลง
- การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน (Prolonged Static Posture): การขาดการเคลื่อนไหว ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก กล้ามเนื้อเกร็งตัวและเกิดการสะสมของของเสีย
- การเคลื่อนไหวซ้ำๆ (Repetitive Movements): การใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิมซ้ำๆ เช่น การพิมพ์คอมพิวเตอร์ การใช้เมาส์ การยกของ ทำให้เกิดการอักเสบและบาดเจ็บ
- ความเครียด (Stress): ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ ทำให้เกิดอาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง
- การสั่นสะเทือน (Vibration): โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานขับรถ การสั่นสะเทือนของยานพาหนะส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ
จัดอันดับบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วโลก บริเวณที่มักได้รับผลกระทบจากกลุ่มอาการนี้มากที่สุด ได้แก่:
- หลังส่วนล่าง (Lower Back): 58.5%
- คอ (Neck): 45.9%
- ไหล่ (Shoulder): 40.9%
มุมมองการแพทย์แผนจีนต่อออฟฟิศซินโดรม
การแพทย์แผนจีนมองว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่เป็นสัญญาณของความไม่สมดุลภายในร่างกาย โดยมีแนวคิดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการกลุ่มนี้คือ:
- การนั่งนานทำร้ายกล้ามเนื้อ (久坐伤肉): การนั่งเป็นเวลานานทำให้ระบบธาตุและพลังงานที่ควบคุมกล้ามเนื้ออ่อนแอลง กล้ามเนื้อขาดการบำรุงและเกิดอาการปวดเมื่อย ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถเริ่มปรับได้ด้วยตนเอง
- การจ้องจอนานทำร้ายเลือด (久视伤血): การจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานทำให้ระบบธาตุที่ควบคุมการกักเก็บเลือดและดวงตาทำงานหนัก เกิดอาการตาแห้ง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาการตาแห้ง ตาล้า ได้ที่นี่
อาการเหล่านี้ในมุมมองแพทย์แผนจีนมักเกิดจากภาวะ ลมปราณและเลือดไหลเวียนไม่สะดวก อันเนื่องมาจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆ หรือขาดการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดการติดขัดของพลังงานและสารอาหารในเส้นลมปราณ นำไปสู่อาการปวด ชา และตึง นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่ ลม ความเย็น และความชื้นเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดอาการปวดที่แย่ลงเมื่อเจอสภาพอากาศเย็นหรือชื้น หรือในกรณีเรื้อรัง อาจเกิดจากภาวะ ตับและไตอ่อนแอ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและเส้นเอ็น ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและอ่อนแรง และอาจจะมี อาการชาที่มือและแขน ที่เกิดจากภาวะนี้
วิธีการป้องกันและดูแลตัวเองจากออฟฟิศซินโดรม
ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้รักษาได้แค่ในคลินิกเท่านั้น ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยกิจกรรมง่ายๆ ระหว่างทำงานและหลังกลับบ้าน ช่วยลดความรุนแรงของอาการได้มากกว่าที่คิด
การป้องกันออฟฟิศซินโดรมและวิธีดูแลตัวเอง ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีนสามารถช่วยเสริมกันได้:
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม
- ปรับท่าทางและอุปกรณ์: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์
- ลุกเดินบ่อยๆ: ทุกๆ 30-60 นาที ควรลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินไปมา หรือเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
- บริหารร่างกายง่ายๆ: ทำท่าบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลัง เป็นประจำระหว่างวัน หรือ สามารถทำตาม คลิปคลายคอบ่าไหล่ ของคุณหมอมาดา และคุณหมอมาดี ได้ในทุกวัน
- พักสายตา: ใช้กฎ 20-20 คือ ทุก 20 นาที พักสายตาจากหน้าจอ มองไปที่วัตถุที่อยู่ห่างออกไปไกลๆหลายเมตร เป็นเวลา 20 วินาที หรือ นวดตาด้วยเทคนิคของคุณหมอมาดา และคุณหมอมาดี ตามคลิปนี้ได้เลยค่ะ
2. การดูแลด้วยการแพทย์แผนจีนที่ เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน
ที่ เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน เรามีหัตถการที่หลากหลายที่ช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปรับสมดุลร่างกายและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ:
- การฝังเข็ม (Acupuncture): เป็นหัตถการหลักที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณและเลือด ลดอาการปวด คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว และลดการอักเสบได้อย่างตรงจุด การฝังเข็มมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการปวดคอจากภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) และอาการปวดหลังส่วนล่าง สำหรับทันตแพทย์และผู้ที่ใช้ข้อมือซ้ำๆ การฝังเข็มยังช่วยบรรเทาอาการ Carpal Tunnel Syndrome ได้อีกด้วย
- การครอบแก้ว (Cupping): ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ขับลมและความเย็นออกจากร่างกาย ลดอาการปวดเมื่อย และคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณหลังและไหล่ เหมาะสำหรับพนักงานขับรถที่ต้องเผชิญกับการสั่นสะเทือนและการนั่งนานๆ ซึ่งทำให้เกิดภาวะเลือดคั่ง
- กัวซา (Gua Sha): เป็นการขูดผิวหนังเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ขับพิษ และลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- รมยา (Moxibustion): การใช้ความร้อนจากสมุนไพร (โดยเฉพาะโกฐจุฬาลัมพา) เพื่อให้ความอบอุ่นแก่เส้นลมปราณ ขับความเย็นและความชื้น ลดอาการปวด และเสริมสร้างพลังงาน
- จัดตำรับยาสมุนไพรจีนรายบุคคล: แพทย์จะวินิจฉัยตามภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อปรับสมดุลภายใน บำรุงลมปราณและเลือด หรือขับความเย็นและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง
- อบเท้าสมุนไพร: เป็นการใช้ความร้อนจากสมุนไพรเฉพาะส่วนเท้า ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการปวดเมื่อยที่เท้าและขา ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องยืนหรือนั่งนานๆ
ปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน
ก่อนจะพูดถึงการออกกำลังหรือยืดกล้ามเนื้อ อยากให้ลองมองรอบๆ โต๊ะทำงานของเราก่อนนะคะ เพราะสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมคือต้นเหตุที่ทำให้ร่างกายสะสมความตึงทุกวัน
- ความสูงของจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ในระดับที่สายตาพอดี ไม่ก้มหรือเงยคอ ถ้าจอต่ำเกินไปลองใช้ขาตั้งรองดูค่ะ
- เก้าอี้ ควรรองรับหลังส่วนล่าง และความสูงควรให้เท้าวางราบกับพื้นพอดีค่ะ
- ระยะห่างจากจอ ควรอยู่ประมาณหนึ่งช่วงแขน ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป
- เมาส์และคีย์บอร์ด ควรอยู่ในระดับที่ข้อศอกงอประมาณ 90 องศา ไม่ต้องยกไหล่ขณะพิมพ์
ท่ายืดกล้ามเนื้อที่ทำได้ตอนนั่งทำงาน
ไม่จำเป็นต้องลุกออกจากเก้าอี้เสมอไปค่ะ ท่าเหล่านี้ทำได้เลยขณะนั่งอยู่:
- คลายคอและบ่า: ค่อยๆ เอียงศีรษะไปด้านข้างโดยให้หูเข้าหาไหล่ ค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วสลับข้าง ทำซ้ำ 2-3 รอบค่ะ หรือ สามารถทำตาม คลิปคลายคอบ่าไหล่ ของคุณหมอมาดา และคุณหมอมาดี ได้ในทุกวัน
- หมุนไหล่ไปด้านหลัง: หมุนไหล่ช้าๆ เป็นวงกลม 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นหมุนไปข้างหน้า 10 ครั้ง ช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบสะบักได้ดีมากค่ะ
- แอ่นหลังยืด: เอามือทั้งสองข้างวางที่หลังส่วนล่าง แล้วค่อยๆ แอ่นหลังเล็กน้อยเพื่อคืนความโค้งตามธรรมชาติให้กระดูกสันหลัง ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 5 ครั้งค่ะ
เคล็ดลับจากแพทย์แผนจีนที่ทำได้ที่บ้าน
- แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนนอน: อุณหภูมิประมาณ 40-60 องศา นาน 15-20 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจากส่วนล่างของร่างกายขึ้นไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ตึงทั่วร่างกายผ่อนคลายลงได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ สามารถเพิ่มเกลือ สมุนไพร หรือขิงสดลงไปเพื่อเพิ่มความร้อนและการกระตุ้นการไหลเวียนได้ด้วยค่ะ
- ประคบความร้อน: บริเวณที่ปวด 15-20 นาที ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ แต่ถ้าอาการปวดเพิ่งเกิดใหม่ๆ ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ควรใช้ความเย็นก่อนนะคะ
- หายใจลึกๆ ก่อนนอน: เวลาเราเครียดจากงาน กล้ามเนื้อบ่าและต้นคอมักตึงโดยไม่รู้ตัวค่ะ การฝึกหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยลมหายใจออกช้าๆ ก่อนนอน ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย อาจจะใช้เครื่องมือฝึกหายใจ Réla Breathing Timer ช่วยให้เราโฟกัสกับการหายใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
ฝังเข็มรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม
การฝังเข็มสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางในระดับสากล องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองการฝังเข็มว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อหลายประเภท รวมถึงอาการที่เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน
ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากการที่ลมปราณและเลือดไม่สามารถไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณในบริเวณคอ บ่า และหลังได้อย่างราบรื่น การฝังเข็มทำงานโดยการกระตุ้นจุดเฉพาะบนร่างกายที่เชื่อมต่อกับเส้นลมปราณเหล่านั้น เพื่อคืนความสมดุลให้การไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารบรรเทาปวดตามธรรมชาติค่ะ
จุดฝังเข็มหลักสำหรับอาการปวดคอบ่าไหล่จากภาวะนี้มักได้แก่:
- จุดบริเวณต้นคอและบ่า เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- จุดที่แขนและมือ ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นลมปราณที่ผ่านบริเวณคอและหัวไหล่
- จุดที่หลังส่วนบน สำหรับผู้ที่มีอาการปวดสะบักหรือหลังส่วนบนร่วมด้วย
บางครั้งแพทย์อาจใช้ร่วมกับการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ (Electro-Acupuncture) หรือการประคบความร้อนจากโคมอินฟราเรด เพื่อเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาค่ะ
การรักษาเสริมที่ใช้ร่วมกันได้ดี:
- การครอบแก้ว (Cupping): การดูดของแก้ว ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดใต้ผิวหนัง และคลายพังผืดที่เกาะอยู่กับกล้ามเนื้อที่ตึงมานาน ครอบแก้วยังสามารถรักษาหรือบรรเทาอาการอื่นๆ เช่น ภาวะร่างกายร้อน นอนไม่หลับ ได้อีกด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สัญญาณที่ควรมาฝังเข็มครอบแก้ว
- กัวซา (Gua Sha): เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อที่แข็งเป็นก้อนหรือมีการสะสมของเลือดคั่งอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ
- ยาสมุนไพรจีน: อาจใช้ร่วมเพื่อบำรุงและฟื้นฟูจากภายใน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียร่วมด้วย
ก่อนเข้ารับการรักษาครั้งแรก ควรเตรียมตัวดังนี้ค่ะ:
- รับประทานอาหารมาก่อนเล็กน้อย ไม่ควรมาตอนท้องว่าง
- สวมเสื้อผ้าที่หลวมหรือถอดออกได้ง่าย
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่
- ผ่อนคลายและไม่ต้องกังวล การฝังเข็มในมือแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ
อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพที่กว้างกว่าที่คิด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยง การทำความเข้าใจสาเหตุ กลุ่มเสี่ยง และวิธีการป้องกัน รวมถึงการดูแลตัวเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน จะช่วยให้คุณห่างไกลจากอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย
ปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม ให้แพทย์แผนจีนช่วยดูแล
ทีมแพทย์เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน พร้อมประเมินอาการและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยคลายปมกล้ามเนื้อและลดอาการปวดอย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
ออฟฟิศซินโดรมต่างจากอาการปวดเมื่อยทั่วไปอย่างไร
ออฟฟิศซินโดรมเกิดจากพฤติกรรมซ้ำๆ หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ซึ่งมักจะเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าอาการปวดเมื่อยทั่วไปที่เกิดจากการใช้งานหนักชั่วคราวและหายได้เอง
การฝังเข็มรักษาออฟฟิศซินโดรมกี่ครั้งถึงเห็นผล
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปหลายคนรู้สึกเบาสบายขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก แต่เพื่อผลที่ยั่งยืน มักแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ออฟฟิศซินโดรมควรมาพบแพทย์แผนจีนเมื่อไหร่
หากลองดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ หรืออาการปวดรุนแรงขึ้น ชาลงแขนหรือขา หรือกระทบต่อการนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด
ออฟฟิศซินโดรม วิธีแก้ บรรเทาอาการด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอนง่ายๆ เริ่มทำได้เลย
นั่งทำงานมาทั้งวัน ตกเย็นคอแข็ง บ่าตึง ปวดหัว แถมยังนอนไม่หลับ อาการจะสะสมจนเรื้อรังเป็นออฟฟิศซินโดรม วิธีแก้ด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอนง่ายๆ จากแพทย์แผนจีน ไม่ต้องมีอุปกรณ์
ฝังเข็มบรรเทาออฟฟิศซินโดรม คลายปวดคอ บ่า ไหล่
ปวดคอ บ่า ไหล่จากออฟฟิศซินโดรมที่ปล่อยไว้นาน จนรบกวนการนอนและชีวิตประจำวัน การฝังเข็มตามหลักแพทย์แผนจีนช่วยคลายกล้ามเนื้อตึง ลดอักเสบ
ฝังเข็มแก้ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม
ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่เรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรมลองมาหมดแล้วไม่หาย ปล่อยไว้ปมกล้ามเนื้อฝังลึกขึ้นเรื่อยๆ ปวดร้าวไปแขน ฝังเข็มช่วยคลาย trigger points ที่เป็นต้นเหตุของความปวดได้โดยตรง
ชามือ ชาแขน สาเหตุ 5 ข้อที่พบบ่อย อาการ และการรักษาด้วยฝังเข็ม
ชามือ ชาแขน มีสาเหตุพบบ่อยจากเส้นประสาทถูกกดทับ หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หรือออฟฟิศซินโดรม ปล่อยไว้อาการอาจรุนแรงขึ้น การฝังเข็มช่วยบรรเทาอาการชาได้
5 สัญญาณที่ร่างกายต้องการครอบแก้ว
5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายต้องการการดูแลที่ตรงจุดกว่าการนวด ด้วยการครอบแก้วแพทย์แผนจีน เพื่อคลายกล้ามเนื้อเกร็งและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
